Maihueniopsis subterranea (ฟอร์มหนามสั้น / Spineless Form) หรือเดิมรู้จักในชื่อ Tephrocactus subterraneus มีลักษณะเด่นคือลำต้นทรงกรวยคว่ำ/ทรงไข่ขนาดเล็ก ผิวสีเขียวเข้มอมเทา แบ่งเป็นตุ่มเนินนูน (Tubercles) มนกลมเรียงตัวคล้ายผลเบอร์รี่หรือโคนสนจิ๋ว และมีหนามละเอียดขนาดเล็กแนบติดกับตุ่ม
ข้อมูลทั่วไปและลักษณะพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์: Maihueniopsis subterranea (R.E.Fr.) E.F.Anderson (syn. Tephrocactus subterraneus / Cumulopuntia subterranea)
วงศ์: Cactaceae (วงศ์กระบองเพชร - วงศ์ย่อย Opuntioideae)
ถิ่นกำเนิด: แถบที่ราบสูงหินและแห้งแล้งในประเทศโบลิเวียและตอนเหนือของอาร์เจนตินา (ระดับความสูง 3,000–3,600 เมตร)
ลักษณะลำต้น: ลำต้นแบ่งเป็นข้อย่อยทรงกรวยคว่ำหรือทรงกระบอกมนขนาดกะทัดรัด (กว้างประมาณ 1.5–2.5 ซม.) ผิวสีเขียวเข้มอมเทาหรือน้ำตาลเข้ม มีตุ่มเนินนูนกลมมนชัดเจน
ลักษณะหนาม: เป็นฟอร์มหนามสั้นแนบตุ่ม โดยหนามมีขนาดเล็กมาก สีน้ำตาลอมส้มหรือสีทองโค้งแนบชิดไปกับผิว ทำให้มองเผินๆ เหมือนไร้หนาม
ระบบราก: ใต้ดินมีรากโขดสะสมอาหารขนาดใหญ่ (Tuberous taproot) สำหรับกักเก็บน้ำและทนทานความแห้งแล้งจัด
ลักษณะดอก: ให้ดอกขนาดใหญ่สีน้ำตาลอมแดง สีทองแดง หรือสีชมพูอมส้ม บานจากปลายยอดข้อ
การดูแลรักษา
แสงแดด: ต้องการแดดจัดเต็มวัน (Full Sun) หรืออย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงต่อวัน หากได้รับแดดเพียงพอ ลำต้นจะกลมกระชับ ตุ่มพูนูนสวย และไม่ยืดลีบ
การรดน้ำ: ทนแล้งสูงมาก รดน้ำเมื่อดินแห้งสนิทเท่านั้น (เฉลี่ย 10–14 วัน/ครั้ง) ระวังอย่าให้มีความชื้นแฉะสะสมเพราะรากโขดใต้ดินเน่าได้ง่าย
วัสดุปลูกและกระถาง:
ดินปลูกแคคตัสที่โปร่ง ระบายน้ำและอากาศได้รวดเร็วมากเป็นพิเศษ (ผสมหินภูเขาไฟ เพอร์ไลต์ และทรายหยาบในสัดส่วน 70–80%)
ควรเลือกใช้กระถางทรงลึกเพื่อรองรับระบบรากโขด
การขยายพันธุ์: เด็ดข้อขยายพันธุ์ (เด็ดข้อ ผึ่งแผลให้แห้ง 3–5 วัน แล้วปักชำลงดินโปร่ง) หรือเพาะเมล็ด